“ไก่หลุมหยอดกะทิ” เป็นเมนูที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เพราะวิธีการเลี้ยงก่อนนำไปปรุงอาหารถูกมองว่าแปลกและรุนแรงเกินไป วิธีที่เล่าต่อกันมาคือการขุดหลุมฝังตัวไก่ทั้งตัวให้โผล่ขึ้นมาเพียงแค่ส่วนคอ จากนั้นจึงกรอกกะทิผสมอาหารให้กินติดต่อกันราวสองสัปดาห์ ความเชื่อของคนที่ทำวิธีนี้คือ กะทิจะช่วยเพิ่มความหอมมันให้เนื้อไก่ ทำให้เนื้อแน่น นุ่ม และบางรายอ้างว่าขนจะร่วงง่ายเมื่อถึงเวลาชำแหละ
.
แม้จะถูกเล่าว่าเป็น “เคล็ดลับพื้นบ้าน” หรือ “สูตรโบราณพิสดาร” แต่แนวทางนี้กลับสร้างข้อถกเถียงอย่างหนักในสังคมยุคปัจจุบัน หลายฝ่ายมองว่าเป็นการจำกัดอิสระการเคลื่อนไหวของสัตว์อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเครียด ความเจ็บปวด และเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากดินหรือสิ่งปนเปื้อนบริเวณหลุม โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างใน ประเทศไทย ที่เชื้อโรคสามารถเจริญเติบโตได้ง่าย
.
ในมุมของกฎหมาย การทารุณกรรมสัตว์ในไทยถูกกำกับโดย พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ซึ่งกำหนดโทษต่อผู้กระทำการที่ทำให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานโดยไม่จำเป็น ดังนั้นวิธีการเลี้ยงหรือขุนสัตว์ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างชัดเจนจึงอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการทรมานเกินสมควร
.
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยอาหารยังตั้งข้อสังเกตว่า การฝังไก่ในดินเป็นเวลานานอาจทำให้สัตว์ได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตบางชนิด ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อสวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเองด้วย
.
กรณี “ไก่หลุมหยอดกะทิ” จึงกลายเป็นตัวอย่างหนึ่งของเส้นแบ่งระหว่างความเชื่อหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น กับมาตรฐานด้านสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยทางอาหารในยุคปัจจุบัน ที่สังคมกำลังตั้งคำถามมากขึ้นว่า ความอร่อยควรแลกมาด้วยความทุกข์ของสัตว์หรือไม่
“Coconut-Fed Pit Chicken” has drawn controversy for its extreme preparation method, in which a chicken is buried with only its neck exposed and force-fed coconut milk mixed with feed for about two weeks to enhance flavor and texture. Critics argue the practice causes severe stress, pain, and infection risks, especially in hot climates like Thailand.
Under Thailand’s Prevention of Cruelty and Provision of Animal Welfare Act, causing unnecessary suffering to animals is punishable by law, meaning the method could be considered illegal if proven abusive. The case reflects growing tension between traditional beliefs and modern standards of animal welfare and food safety.