Loading...

Insider

New Experience

ชอบกินเนื้อแต่ไม่อยากฆ่าสัตว์
เนื้อสัตว์พิมพ์ 3 มิติ โปรตีนทางเลือก!

ลองจินตนาการว่า วันหนึ่งเราเดินเข้าไปในร้านอาหาร สั่งสเต๊กหนึ่งจาน แล้วเนื้อที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้มาจากวัวที่ถูกเลี้ยงและชำแหละ แต่ถูก “พิมพ์” ขึ้นมาทีละชั้นด้วยเครื่องจักร ฟังดูเหมือนเรื่องในหนังไซไฟ แต่เทคโนโลยีลักษณะนี้มีอยู่จริงแล้ว และกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วภายใต้แนวคิด 3D Printed Meat
.
แต่ต้องแยกให้ออกก่อนว่า “เนื้อพิมพ์ 3 มิติ” ไม่ได้หมายถึงเนื้อชนิดเดียวกันทั้งหมด เพราะมีทั้งการใช้ โปรตีนจากพืช มาประกอบเป็นเนื้อเลียนแบบ และการใช้ เซลล์สัตว์ที่เพาะเลี้ยงในห้องแล็บ หรือที่เรียกว่า Cultivated Meat ซึ่งเป็นคนละเทคโนโลยีกัน
.
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Redefine Meat บริษัทจากอิสราเอลที่ใช้เทคโนโลยี 3D Printing สร้างโครงสร้างคล้ายกล้ามเนื้อ ไขมัน และส่วนประกอบต่าง ๆ จากวัตถุดิบที่มาจากพืช แล้วประกอบขึ้นเป็นเนื้อที่มีรูปร่างและสัมผัสใกล้เคียงกับสเต๊กจริง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สามารถควบคุมโครงสร้างของ “เนื้อ” ได้ละเอียดกว่าการนำวัตถุดิบมาปั้นเป็นก้อนธรรมดา
.
แล้วใครเป็นคนกิน?
.
กลุ่มเป้าหมายไม่ได้มีแค่คนที่เป็นวีแกนหรือมังสวิรัติ แต่ยังรวมถึงคนที่ ยังชอบกินเนื้อ แต่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ รวมถึงผู้บริโภคที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ สุขภาพ และความมั่นคงทางอาหาร บริษัทอย่าง Redefine Meat เองก็วางแนวคิดไว้ชัดเจนว่า ต้องการทำอาหารที่ให้ประสบการณ์ใกล้เคียงเนื้อสัตว์ เพื่อให้คนที่ชอบเนื้อสามารถลดการพึ่งพาเนื้อจากสัตว์ได้
.
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ 3D-Printed Plant-based Meat ของ Redefine Meat มีจำหน่ายผ่านร้านอาหารและธุรกิจอาหารใน อิสราเอล สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี รวมถึงบางประเทศในยุโรป โดยมีทั้งร้านอาหาร สเต๊กเฮาส์ และร้านจำหน่ายอาหารบางแห่งนำไปใช้จริง
.
ส่วนถ้าพูดถึง Cultivated Meat หรือเนื้อที่ผลิตจากเซลล์สัตว์ เทคโนโลยีจะต่างออกไป เพราะไม่ได้เอาพืชมาพิมพ์เลียนแบบเนื้อ แต่เริ่มจากเซลล์สัตว์จริงแล้วนำมาเพาะเลี้ยงในระบบควบคุม ก่อนพัฒนาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร
.
เทคโนโลยีนี้เริ่มเข้าสู่ตลาดจริงแล้วในบางประเทศ โดย สิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้จำหน่ายเนื้อเพาะเลี้ยงในปี 2020 ต่อมาสหรัฐฯ อนุญาตผลิตภัณฑ์บางชนิดในปี 2023 และอิสราเอลก็อนุญาตผลิตภัณฑ์เนื้อเพาะเลี้ยงบางประเภทเช่นกัน ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็มีการอนุมัติผลิตภัณฑ์เซลล์เพาะเลี้ยงบางชนิดแล้ว
.
คำว่า “ขายได้แล้ว” ไม่ได้หมายความว่ามีขายทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตทุกประเทศ เพราะหลายแห่งยังอยู่ในขั้นตอนประเมินความปลอดภัย ขออนุญาต หรือเริ่มจำหน่ายในวงจำกัด เช่น ร้านอาหารหรือช่องทางเฉพาะ
.
แล้วทำไมโลกถึงต้องพัฒนาเนื้อแบบนี้?
.
เหตุผลสำคัญคือ อาหารกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร การเลี้ยงสัตว์ต้องใช้พื้นที่ น้ำ อาหารสัตว์ และพลังงานจำนวนมาก ขณะที่ภาคปศุสัตว์มีส่วนสำคัญต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของระบบอาหาร
.
ในความเป็นจริง อุตสาหกรรมนี้เองก็ยังมีคำถามใหญ่รออยู่ ทั้งเรื่องต้นทุน ความปลอดภัย การยอมรับของผู้บริโภค รสชาติ กฎระเบียบ และที่สำคัญคือ มันจะถูกกว่าหรือแพงกว่าเนื้อสัตว์จริงกันแน่ในระยะยาว
.
3D Printed Meat จึงน่าสนใจไม่ใช่เพราะมันกำลังจะ “มาแทนเนื้อทุกอย่าง” แต่เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังทดลองหาวิธีใหม่ในการผลิตอาหาร
.
จากเดิมที่มนุษย์ต้องเลี้ยงสัตว์ → สู่การใช้พืชสร้างเนื้อเลียนแบบ → ไปจนถึงการนำเซลล์สัตว์มาเพาะเลี้ยง → และอาจพัฒนาไปถึงอาหารที่ออกแบบโครงสร้างได้เหมือนกับการออกแบบชิ้นส่วนในโรงงาน
.
หากถ้าวันหนึ่งเนื้อที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ราคาถูกลง รสชาติเหมือนเนื้อจริง และมีผลกระทบต่อโลกน้อยลง เราจะยังเลือกเนื้อแบบเดิมหรือเปล่า?”
.
เพราะอนาคตของอาหารอาจไม่ได้เกิดจากการบังคับให้คนเลิกกินเนื้อ แต่อาจเกิดจากการทำให้คนมี ทางเลือกใหม่ที่ดีพอจนอยากเปลี่ยนเอง


Cultivated meat is a type of alternative protein made by growing real animal cells in a lab.
It contains real nutrients, including protein and fat, although its nutritional profile may differ from conventional meat.
3D printing is simply a method of shaping the meat into a realistic texture and structure.
As the technology develops, it could offer a new way to produce meat with less reliance on traditional livestock farming.